ขายฐานข้อมูลลูกค้า

ฐานลูกค้า กุญแจสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องมี

ฐานลูกค้าคืออะไร ?

ฐานลูกค้า คือ ลูกค้าปัจจุบันที่กำลังใช้สินค้าและบริการของเรา และใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งฐานลูกค้านั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นในการทำการตลาด เจ้าของธุรกิจหลายแบรนด์มักใส่ใจกับกระบวนการ หาลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้าผ่านช่องทาง Online หรือ Offline ก็ตาม เพราะกระบวนการหาลูกค้านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถนำไปสู่การทำ CRM (Customer Relationship Management) หรือการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ได้

ฐานลูกค้าสำคัญอย่างไร

ลูกค้าที่กลับมาใช้สินค้าและบริการซ้ำนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของฐานลูกค้า เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้จะยินดีจ่ายเงินให้คุณอย่างสม่ำเสมอ อาจเรียกว่าเป็น กลุ่มคนที่จงรักภักดีกับแบรนด์ ของคุณก็ว่าได้  ซึ่งคุณสามารถนำข้อมูลขั้นพื้นฐานของเหล่าฐานลูกค้า ไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธให้กับธุรกิจ ว่าควรมีการต่อยอดหรือพัฒนาต่อไปอย่างไร

นอกจากนี้เหล่าฐานลูกค้าเองยังสามารถสร้าง “การตลาดแบบปากต่อปาก (Viral Marketing)” ได้ เช่น การเขียนรีวิวลง Twitter การลงภาพอาหารพร้อมเช็คอินสถานที่ร้านผ่าน Facebook เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่ามีความน่าเชื่อถือสูง เพราะเป็นการตลาดที่มาจากประสบการณ์ของผู้ใช้จริง  ถือเป็นการหาลูกค้าให้เราเพิ่มโดยที่เราไม่ต้องไปลงมือลงแรงเองอีกด้วย เขาสามารถการบอกเล่าถึงประสบการณ์ดี ๆ ที่ได้รับจากธุรกิจของคุณ ไปยังกลุ่มคนที่ไม่เคยเป็นลูกค้าของคุณมาก่อน เป็นการขยายฐานลูกค้าต่อไปอีก ซึ่งถ้าใครมีฐานลูกค้าอยู่ในมือมากก็จะยิ่งได้เปรียบมาก

ให้ VIPP ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

ติดต่อvipp  >>>>>>>LINE<<<<<<<<

วิธีหาลูกค้าเพื่อสร้าง “ฐานลูกค้า”

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างธุรกิจอาจมีความกังวลในเรื่องของการหาลูกค้า โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจที่แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือมีคนรู้จักน้อย ยังหาทางออกไม่เจอว่าควรเริ่มต้นหาลูกค้าอย่างไรดี  วันนี้เราก็มีเทคนิคเล็ก ๆ ในการสร้างฐานลูกค้ามาฝากกันด้วย  ซึ่งวิธีที่จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักผ่านการทำการตลาดยุคใหม่ มีวิธีการดังนี้

1. อยากหาลูกค้า ต้องเริ่มจากการเจาะกลุ่มตลาด

หาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับการเป็นฐานลูกค้าของคุณ โดยดูว่าสินค้าของคุณน่าจะเหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มไหน อายุเท่าไหร่ เพศอะไร มีความสนใจด้านใดเป็นพิเศษ  และควรใช้แพลตฟอร์มอะไรในการทำการตลาดครั้งแรก หลังจากนั้นก็ทดลองยิงโฆษณาออนไลน์ได้เลย แต่ก็ต้องหาข้อมูลและทำ Research มาให้ดีนะ ยิ่งได้ข้อมูลที่ละเอียดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเจาะตลาด หาลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น เพราะกลุ่มลูกค้าของเราตรงนี้แหละที่จะกลายมาเป็นฐานลูกค้าของคุณในอนาคต

2. สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเจอ

การจะหาลูกค้าสักคนหนึ่ง ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าของคุณก่อนว่าเขาน่าจะต้องการอะไรเป็นหลัก และมีวิธีไหนที่จะมัดใจลูกค้าได้ อาจเป็นการให้บริการเพิ่มเติมในสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีธุรกิจร้านกาแฟ สิ่งที่ลูกค้าต้องการเป็นหลักก็คือกาแฟที่ดี และขนมที่มีคุณภาพ แต่คุณสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้มากกว่านั้นด้วยการบริการที่เป็นมิตรของพนักงาน พื้นที่นั่งทาน ที่พ่วงสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน หรือการมีบัตรสะสมคะแนนพิเศษ  สิ่งสำคัญคือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอยากกลับมาใช้บริการอีกเป็นครั้งที่สอง และกลับมาใช้บริการอีกเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น กรณีศึกษาของ Starbucks ที่สามารถรักษาฐานลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมผ่านพื้นที่ให้บริการ อีกทั้งยังมีมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งหลายข้อจนสามารถทำให้ลูกค้าจงรักภักดีกับแบรนด์ได้

3. รักษามาตรฐาน คือการรักษาฐานลูกค้า

หลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการจากธุรกิจของคุณหนึ่งครั้งแล้ว หากเขากลับมาซื้อซ้ำ นั่นหมายความว่าลูกค้าพอใจในสินค้าและบริการของเรา เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องรักษามาตรฐานของสินค้าและบริการให้ดีเท่าเดิม อีกสิ่งที่คุณควรมีคือช่องทางออนไลน์ของสินค้า เหตุผลหลักข้อแรกก็เพื่อให้กระบวนการหาลูกค้าของคุณเป็นไปอย่างมีระบบ สามารถวัดผลได้จากจำนวนคลิก จำนวนผู้ติดตาม จำนวนผู้ชมโฆษณา อีกเหตุผลหนึ่งก็คือลูกค้าของคุณจะสามารถค้นหาและติดตามแบรนด์ได้ อาจเป็นการสร้างแฟนเพจ Facebook, Instagram, เว็บไซต์ ที่เหมาะสมกับธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพื่อที่จะให้บริการหลังการขายหรือเสนอโปรโมชั่นดี ๆ เพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าคนสำคัญของคุณ เป็นการกระตุ้นให้กลับมาใช้บริการซ้ำ หากทำให้ลูกค้าประทับใจและกลายมาเป็นลูกค้าประจำของคุณได้แล้วล่ะก็ การบอกต่อ รีวิวธุรกิจของคุณให้เพื่อน ๆ ของเขารับรู้ หรือการขอเก็บข้อมูลจากฐานลูกค้าก็มีความเป็นไปได้ไม่ยากเลยล่ะ

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

ติดต่อVIPP LINE

จะเก็บข้อมูลจากฐานลูกค้าด้วยวิธีใดได้บ้าง

เมื่อคุณหาลูกค้ามาเป็นลูกค้าประจำได้ประมาณหนึ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่พลาดไม่ได้คือการนำข้อมูลจากลูกค้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยมีวิธีการต่าง ๆ มากมายเลยทีเดียวให้คุณเลือกใช้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาด้วยว่าธุรกิจของคุณเป็นแบบไหน และวิธีใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าของคุณ

การส่งแบบสอบถามไปหาลูกค้า

ข้อดีของแบบสอบถามคือสร้างได้ง่าย ประหยัดเวลา ส่งแบบสอบถามได้คราวละมาก ๆ สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ได้ง่ายและสรุปผลได้ไว แต่ก็เสี่ยงที่จะได้ข้อมูลที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะผู้ที่ได้รับแบบสอบถามบางคนอาจมีอคติและความลำเอียงในการทำแบบสอบถาม เนื่องจากได้รับบ่อยจนไปรบกวนเวลาชีวิตส่วนตัว ยิ่งถ้าแบบสอบถามมีรูปแบบที่ยาวยืดเยื้อ ก็มักจะได้ความคิดเห็นกลับคืนมาน้อย เพราะกลุ่มเป้าหมายไม่ชอบสิ่งที่ทำให้เสียเวลาและยุ่งยาก

การสัมภาษณ์ฐานลูกค้า

เป็นขั้นตอนที่ยากและใช้เวลาอย่างมากในการเก็บข้อมูลลูกค้าหนึ่งราย แต่ข้อมูลที่ได้นั้นมีคุณภาพและเป็นข้อมูลที่ละเอียดที่สุด เพราะคุณจะทราบทั้งพฤติกรรมภายนอก และทัศนคติเชิงลึกของลูกค้า เกี่ยวกับการใช้สินค้าและบริการของเขา ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร มี Customer Journey อย่างไร สิ่งไหนที่แบรนด์ของคุณทำให้ลูกค้าประทับใจ รวมถึงสิ่งไหนที่ลูกค้าต้องการให้แบรนด์ของคุณปรับปรุง คุณสามารถนำความคิดเห็นของลูกค้าทั้งหมดนี้ไปพัฒนาและต่อยอดธุรกิจของคุณได้เยอะเลยทีเดียว ซึ่งวิธีที่จะทำให้คุณได้ความคิดเห็นเชิงลึกมา อาจทำได้โดยการเสนอสิทธิพิเศษบางอย่างให้กับฐานลูกค้าของคุณ ที่ยอมสละวลามาให้ข้อมูล

การใช้กลยุทธ์ Data-Driven Marketing จากฐานลูกค้า

เป็นวิธีที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจส่วนมากนิยมใช้หาลูกค้ามากที่สุด เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเดินไปขอความคิดเห็นจากใครให้กระอักกระอ่วนใจ แต่สามารถดูข้อมูลที่คุณต้องการได้จากพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของกลุ่มเป้าหมายได้เลย ว่ามีความสนใจใน Content ประเภทใด กดไลก์แฟนเพจไหนอยู่บ้าง

โดยปกติแล้วเจ้าของธุรกิจจะมีข้อมูลพื้นฐานอย่างเช่น เพศ อายุ ของลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าและบริการ หรือมีรายชื่อของคนที่กดติดตามแฟนเพจอยู่บ้าง หากคุณมีฐานลูกค้าอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว ก็สามารถให้ทีม Marketing นำฐานข้อมูลที่มีอยู่ใน Data ไปใช้ประโยชน์และวิเคราะห์ได้ว่าลูกค้าของคุณถูกแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีลักษณะพฤติกรรมในการตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการอย่างไร คุณควรเสนอสินค้าที่คุณมีในรูปแบบใดได้บ้าง สิ่งที่กำลังเป็นกระแสและถูกค้นหามากที่สุดในขณะนั้นคืออะไร อีกทั้งการมี Data จะช่วยให้คุณวางแผนกลยุทธ์การทำการตลาดได้ดีและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดในการลงทุนทำการตลาดออนไลน์

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่จะช่วยให้คุณสามารถหาลูกค้าในโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำมาสู่การทำให้ลูกค้าจงรักภักดีกับแบรนด์ของคุณ นอกจากคุณจะสามารถนำข้อมูลจากฐานลูกค้ามาวิเคราะห์ และคาดการณ์กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ในอนาคตของคุณได้แล้ว ฐานลูกค้ายังช่วยทำให้ธุรกิจของคุณดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการ รักษาฐานลูกค้า เอาไว้ ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่า การหาลูกค้า เลยล่ะ

การเก็บฐานข้อมูลลูกค้ามีประโยชน์กับการทำธุรกิจอย่างไร
จัดการกับข้อมูลให้เป็นระเบียบมากขึ้น

โดยปกติเมื่อมีลูกค้าทักเข้ามาทาง Facebook หรือทาง Line OA เราจะทราบความต้องการของลูกค้าได้ก็ต่อเมื่อมีการสนทนาตอบโต้เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้าเข้ามาในระบบได้ ดังนั้น หากต้องจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าทุกคนที่แอดไลน์เข้ามาอย่างเป็นระบบ จะต้องมีแบบฟอร์มให้ลูกค้ากรอกข้อมูลที่สำคัญลงไป ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ความต้องการของลูกค้าแต่ละคนว่าพวกเขามีความชอบสินค้าหรือบริการอะไร โดยเราสามารถจัดการแบ่งกลุ่มความสนใจของลูกค้าให้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งทำให้ง่ายต่อการวางแผนธุรกิจจากการเก็บข้อมูลเข้ามา

เปลี่ยนคนที่อยู่ในระบบให้กลายเป็นลูกค้าคนสำคัญของเรา

เมื่อลูกค้าเข้ามาสนใจสินค้าหรือบริการของเราผ่านทางโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือเข้ามาทางเว็บไซต์ เราควรเก็บข้อมูลของพวกเขาเหล่านั้นเข้ามาในระบบให้ได้ โดยแสดง QR Code หรือให้กรอกข้อมูลลงทะเบียนเข้ามา และแบ่งกลุ่มความสนใจของพวกตามสายผลิตภัณฑ์ (Product Line) เพื่อทำให้ง่ายต่อการทำ Nurturing Process หรือการฟูมฟักให้คนเหล่านั้นกลายมาเป็นลูกค้าคนสำคัญของเรา

รับรู้ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าจากข้อมูลที่ได้มา

เราสามารถรู้ได้ว่าลูกค้าของเรามีความสนใจเรื่องอะไร เช่น เป็นคนที่เคยซื้อสินค้าชิ้นไหนไปบ้าง เป็นลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ ซื้อแค่ครั้งเดียวแล้วหายไปไม่กลับมาซื้ออีกเลย หรือลงทะเบียนเข้ามาเฉย ๆ แล้วยังไม่เคยซื้อ และเป็นลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์และวางแผนต่อยอดได้ เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าเข้ามาสู่กระบวนการปิดการขาย

วางแผนธุรกิจด้วยข้อมูลลูกค้า

การวางแผนธุรกิจนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อต่อยอดวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มความสนใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าและบริการของเราจากข้อมูล เช่น การวางแผนการตลาด ทำโปรโมชันแนะนำสินค้าและบริการที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย

เก็บข้อมูลลูกค้าได้จากไหนบ้าง
แอด LINE หรือสแกน QR Code

การแอดไลน์เข้ามาใน Line Official Account นั้น ถือว่าเป็นวิธีการที่ลูกค้าส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะการแอดไลน์จาก id หรือสแกน QR Code ได้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมของคนยุคปัจจุบันที่ต้องแอดไลน์กันเพื่อติดต่อสื่อสาร ซึ่งเราสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าได้โดยใช้วิธีการแบบเดียวกันกับการแอดไลน์ หรือสแกน QR Code ตามปกติ ซึ่งมีหลายกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาแอดไลน์ เช่น ใช้ส่วนลดหรือให้สิทธิพิเศษเข้ามาเป็นแรงจูงใจให้แอดไลน์

ลงทะเบียนผ่านฟอร์มของ HubSpot

หากเราอยากเก็บข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการนำไปวางแผนธุรกิจ การสร้างฟอร์มให้ลูกค้ากรอกข้อมูลที่จำเป็นนั้น ถือว่าเป็นวิธีการเก็บข้อมูลที่ละเอียดมากกว่าการให้ลูกค้าแอดไลน์เพียงอย่างเดียว เพราะเราสามารถกำหนดได้ว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้าง เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเกิด ความสนใจเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ เป็นต้น และการกรอกฟอร์มนั้นถือว่าเป็นการสมัครสมาชิกไปในตัว เช่น เมื่อเป็นสมาชิกแล้วจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อเป็นแรงดึงดูดให้คนยอมลงทะเบียนกรอกข้อมูลส่วนตัวเข้ามาในระบบ

ตัวอย่างกลยุทธ์การเก็บข้อมูลแบบ LINE OA + HubSpot CRM
เก็บข้อมูลแบ่งกลุ่มความสนใจของลูกค้าได้จาก Rich Menu

เดิมที่การเก็บข้อมูลใน Line OA นั้น ไม่สามารถแบ่งแยกประเภทของลูกค้าได้ เวลาจะบรอดแคสต์แต่ละครั้งทำได้เพียงแบ่ง Sagment ได้จาก เพศ และช่วงอายุ เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังเป็นการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่กว้างเกินไป หากต้องการเก็บข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้ เราต้องสร้าง Rich menu ขึ้นมา ซึ่ง Rich menu นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ Line OA มีอยู่แล้ว เพื่อเป็นเมนูลัดให้ลูกค้ากดเลือกเข้าไปดูสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น หากนำ CRM Software อย่าง Hubspot เข้ามาช่วยเก็บข้อมูล จะทำให้ Rich menu เป็นฟีเจอร์ที่นำมาเป็นเครื่องมือคัดกรองประเภทของลูกค้าได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเราสามารถเลือกเทมเพลตของ Rich menu ให้เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการที่เรามี และเลือกเทมเพลตให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูล ซึ่งข้อมูลความสนใจของลูกค้าที่คัดกรองจาก Rich menu นั้น จะถูกเก็บไว้ที่ Hubspot ซึ่งเป็น CRM Software ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการฐานข้อมูลของลูกค้าให้เป็นระบบ

เก็บข้อมูลลูกค้าจาก HubSpot Registration Form

ทำการบรอดแคสต์แจ้งสิทธิพิเศษต่าง ๆ ไปทาง Line แล้วให้คนที่ต้องการรับสิทธิพิเศษนั้น ๆ เข้ามากรอกข้อมูลส่วนตัวลงฟอร์มก่อน โดย Hubspot Registration Form นั้น นอกจากสามารถสร้างข้อมูลส่วนตัวที่เป็น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรติดต่อ และอีเมล ซึ่งเป็นข้อมูลหลักที่เราต้องการได้แล้ว ยังสามารถออกแบบฟอร์มประเภทคำถามได้อีกด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่เราต้องการทราบความสนใจของลูกค้าแบบเจาะจงมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจประเภท B2B ที่จำหน่ายวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นธุรกิจร้านอาหาร เราต้องออกแบบฟอร์มมาเพื่อคัดกรองความสนใจของลูกค้า โดยในแบบฟอร์มนั้นต้องออกแบบมาให้มีตัวเลือกตามสายผลิตภัณฑ์ หรือ Product Line ของเรา เช่น สนใจวัตถุดิบสำหรับทำอาหารตะวันตก และสนใจวัตถุดิบสำหรับทำเบเกอรี่ เป็นต้น วิธีนี้เรียกว่า Personalized Marketing ที่สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าที่สนใจวัตถุดิบอาหารตะวันตก และกลุ่มลูกค้าที่สนใจวัตถุดิบทำเบเกอรี่จาก Hubspot Registration Form ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเก็บฐานข้อมูลลูกค้าที่คัดกรองข้อมูลตามความสนใจเฉพาะด้าน

เคล็ดลับของการบริหารธุรกิจอยู่ที่วิธีการจัดการของผู้ประกอบการแต่ละคน และหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างมีแบบแผนคือการจัดการกับฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อทำ CRM อย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพียงกำหนดวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลให้ชัดเจน และเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ เช่น ใช้ Line Official Account มาเป็นเครื่องในการทำ CRM ที่ใช้ CRM Software อัจฉริยะอย่าง Hubspot เข้ามาดูแลระบบหลังบ้านของ Line OA ให้กลายเป็น Line CRM ที่สามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากวันนี้ธุรกิจของคุณอยากมีวิธีการจัดการกับฐานข้อมูลของลูกค้าให้เป็นระบบมากขึ้น ปรึกษาเราได้ที่ ourgreenfish.com

ทำความรู้จักเครื่องมือ MarTech ที่ช่วยให้นักการตลาดสมัยใหม่เข้าใจลูกค้าในเชิงลึก คลิกอ่าน CUSTOMER DATA PLATFORM มีความสำคัญต่อการจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างไร

เมื่อใช้ Line OA ร่วมกับ Hubspot CRM จะมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การทำ Line CRM อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยกับบทความ HUBSPOT LINE OA พร้อมฟีเจอร์น่าสนใจ ตอบโจทย์การทำ LINE CRM

CRM Line Software CRM ระบบ CRM Line Business Line OA LINE HubSpot HUbSpot CRM ฐานข้อมูลลูกค้า
Share

vipp  LINE Connect

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับ
Digital Marketing และเทคโนโลยีได้ที่ VIPP Connect

Recent Posts

ฐานข้อมูลลูกค้า ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการทำ CRM (Customer Relationship Management) เป็นระบบที่ต้องอาศัยข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อวางแผนทางธุรกิจ หากธุรกิจของใครมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือมากเท่าไหร่ ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าคู่แข่งที่อยู่ในตลาดเดียวกัน หากธุรกิจของเรากำลังมองหาเครื่องมือเก็บข้อมูลลูกค้าที่ใช้งานง่าย สะดวก ไม่ยุ่งยาก Line OA (Line Official Account) ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ นอกจากจะใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าแล้ว ยังสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าได้ด้วยวิธีการที่ไม่ซับซ้อน ดังนั้นเราไปดูกันว่าฐานข้อมูลของลูกค้ามีประโยชน์กับการทำการตลาดได้อย่างไร และการเก็บข้อมูลโดยใช้ Line OA จะมีวิธีการเก็บข้อมูลลูกค้าให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย

ในอดีตมีคำเปรียบเปรย ‘รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง’ ฉันใด ในสมัยนี้ ‘ข้อมูลมีค่ากว่าน้ำมันดิบ’ ฉันนั้น และสำหรับในแวดวงธุรกิจด้วยแล้วข้อมูลลูกค้าก็มีน้ำหนักเทียบเท่าดั่งทองคำได้เลยทีเดียว.. หากว่าเรานำข้อมูลที่ว่านั้นมาบริหารจัดการใช้ประโยชน์เป็น

ด้วยเหตุผลนี้เราจึงเห็น CRM ซอฟต์แวร์บริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งโปรโมชันหาลูกค้าที่สนใจหรือกระทำการตลาดใด ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เริ่มต้นที่เข้าใจลูกค้า มีระบบบริหารเก็บข้อมูลลูกค้าที่ดีก่อนทั้งสิ้น ในบทความนี้ เรามาดูว่าด้วยเรื่องการเก็บข้อมูลลูกค้ารวมถึงแนะนำ Customer database software ที่น่าสนใจกัน

ก่อนอื่น.. เราจะเก็บข้อมูลลูกค้าได้จากที่ไหน?

ก่อนจะสร้างฐานข้อมูลลูกค้า ธุรกิจจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้าเสียก่อน ขั้นตอนส่วนนี้มีวิธีการหลายอย่าง ที่พบกันบ่อยมักจะเป็น

ขอข้อมูลผ่านการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม
เก็บ Feedback สินค้าและบริการ หรือการทำแบบสอบถามต่าง ๆ
โซเชียลมีเดีย
เก็บผ่านการบริการลูกค้า
รายละเอียดการซื้อ / ขาย ต่าง ๆ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
เครื่องมือ Website Analytics

ธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากรวมข้อมูลลูกค้าด้วยการสร้าง Spreadsheet ซึ่งเป็นข้อดีเพราะหาก CRM ตัวนั้น ๆ รองรับก็จะสามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้โดยตรง

ฟีเจอร์ที่ Customer Database Software ควรมี

Customer Database Software ซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลลูกค้า หรือที่รู้จักในความหมายเดียวกันอย่าง Customer relationship management system (CRM) มักจะมีขอบเขตฟีเจอร์ที่กว้างขึ้นอยู่กับจุดเด่นของซอฟต์แวร์ตัวนั้น ๆ ทว่าสามารถสรุปเป็นฟีเจอร์หลักที่พึงมีได้ดังนี้

เก็บข้อมูล Leads
ฟีเจอร์หนึ่งในเป้าหมายหลักของ CRM รวบรวมข้อมูลลูกค้า ปฏิสัมพันธ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์มาเก็บไว้ที่ศูนย์กลาง

2. บริหารจัดการ Pipeline

เมื่อมีฐานข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถวางแผนการขายและติดตามปฏิสัมพันธ์ของลูกค้าได้

3. ติดต่อสื่อสารกับลูกค้า

ช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้จากภายในแพลตฟอร์ม

4. ระบบ Integration

สามารถรวมหรือเชื่อมต่อเข้ากับระบบอื่น

5. วิเคราะห์และออกรีพอร์ต

ซอฟต์แวร์ที่ดีควรจะสามารถดูรีพอร์ตและส่งออกเป็นข้อมูลไฟล์ที่หลากหลายได้

6. รองรับผู้ใช้งานหลายคน

ผู้ใช้งานไม่ว่าจะแผนกไหนก็ต่างสามารถเข้าสู่ระบบในเวลาเดียวกัน
รู้ฟีเจอร์หลักที่ควรมีไปแล้ว ลองมาดูปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาในการเลือกซอฟต์แวร์กัน
ความเร็ว
ซอฟต์แวร์ควรจะมีอัตรารีเฟรชที่เร็วเพื่อให้ข้อมูลลูกค้ามีการอัปเดตอยู่เสมอ และควรจะเร็วพอในการรับมือกับปริมาณข้อมูลจำนวนมากได้

2. ประสิทธิภาพ

Customer database software ช่วยให้พนักงานสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าและปิดการขายได้ดีขึ้น ดังนั้นตัวซอฟต์แวร์นี้จึงควรจะถ่ายโอนข้อมูลได้ง่ายทั้งในแพลตฟอร์มและเครื่องมืออื่นที่อาจนำมาใช้ร่วมกัน

3. การใช้งาน

อีกสิ่งที่ควรพิจารณาคือความยากง่าย ระยะเวลาในการเรียนรู้การใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ที่ดีควรจะมีเดโม่สอนการใช้งานหรือข้อมูลช่วยฝึกอบรมให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น

4. ระบบ Integration

สามารถรวมหรือเชื่อมต่อเข้ากับระบบอื่น

5. ซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลลูกค้าที่ไร้รอยต่อ

เพื่อให้ประสบการณ์ลูกค้าราบรื่นไม่สะดุด แบบฟอร์ม วิดเจ็ต หรือช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ที่ใช้เก็บข้อมูลจึงควรจะเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เครื่องมือที่ดียังช่วยประสานงาน เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้
ทราบหรือไม่? Zendesk ก็เก็บข้อมูลลูกค้าและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นได้

Zendesk ระบบ CRM บริการลูกค้าครบเครื่องสำหรับธุรกิจทุกขนาด ในทุก ๆ วัน Zendesk รองรับปฏิสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและลูกค้ากว่า 4.6 ล้านครั้ง เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด ไม่ไซโล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้า เรียนรู้ว่าลูกค้ากำลังอยู่ในสถานะการขายไหนและคิดวิเคราะห์เพื่อวางแผนการขายให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น

นอกจากนี้ในด้านไอทีก็ไม่ต้องวิตกกังวลเกินไปแม้แต่น้อย เพราะ Zendesk ทำงานแบบ Out of the box ปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการแล้วใช้งานได้ทันที สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ตัวอื่นได้ ปรับขยายตามการเติบโตของธุรกิจในทุกเมื่อ

อ่านบทความอื่น ๆ ด้านการบริการลูกค้าที่น่าสนใจได้ ที่นี่ หรือทำความรู้จักกับ VIPP คลิกเลย